อนุทิน” แจงหลังพบ “ทักษิณ” ชี้จะศัตรูหรือมิตรขอมุ่งทำประโยชน์ให้ประชาชน เผยเคารพสิทธิ์ “เท้ง” ยื่นซักฟอกหลังเปิดสภา เหน็บถ้าไม่ทำจะเอาผลงานที่ไหน มั่นใจถามอะไรมาตอบได้หมด ชี้คดีฮั้ว สว.ไม่เกี่ยวกับรัฐบาล
เมื่อเวลา 14.00 น. ที่สถานีรถไฟกรุงเทพ (หัวลำโพง) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี ไปร่วมงานศพ นายเกรียง กัลป์ตินันท์ อดีตรมช.มหาดไทย แล้วได้พบกับนายทักษิณ ชินวัตร น.ส.แพทองธาร ชินวัตร และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกฯ บรรยากาศเป็นอย่างไรบ้าง ว่า เราไปเจอกันในงานศพของคนที่เราเคารพนับถือ ไม่ใช่ไปเจอกันในบรรยากาศที่ชื่นมื่นสนุกสนาน พูดคุยพบปะกันแสดงความเคารพนับถือกันเป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามว่าจะมีโอกาสนัดพบกับนายทักษิณ ในโอกาสอื่นหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตั้งแต่รู้จักนายทักษิณ นายสมชาย รวมถึง น.ส.แพทองธาร ก็เจอกันมาตลอด อย่าไปคิดว่าเป็นเรื่องที่พูดคุยกันไม่ได้ ยิ่งมาเป็นรัฐบาลเดียวกันทำไมจะพบไม่ได้หากจะพบ
เมื่อถามว่าคำว่าไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร ทางการเมืองยังทำได้อยู่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นมิตรแท้หรือศัตรูถาวร ถ้ามีเป้าหมายตรงกันคือประชาชนประเทศชาติได้ประโยชน์ประเทศเข้มแข็งทำแล้วเกิดความเจริญให้กับประเทศ เอาเรื่องส่วนตัวไว้ข้างหลังเอาเรื่องประเทศชาติประชาชนมาเป็นเป้าหมายให้เราต้องทำให้สำเร็จก่อน

เมื่อถามว่าความสัมพันธ์ของพรรคร่วมรัฐบาลที่เหนียวแน่นไม่จำเป็นต้องดึงพรรคอื่นเข้ามาร่วมรัฐบาลอีกใช่หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “มันเคยมีเรื่องนี้หรือเปล่า” เมื่อถามย้ำว่าก่อนหน้านี้มีการมองกันว่าบางพรรคอยากเข้ามาร่วมรัฐบาลและรอให้มีการสลับขั้ว นายอนุทิน ตอบว่า “ทุกพรรคอยากเป็นรัฐบาล ไม่มีพรรคไหนอยากเป็นฝ่ายค้าน เพราะสามารถขับเคลื่อนการทำงานไปถึงประชาชนได้อย่างเต็มที่ แต่เมื่อมีการเลือกตั้งมีการตั้งรัฐบาลเข้ามาแล้วทุกฝ่ายก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้เต็มที่ ฝ่ายค้านก็ต้องตรวจสอบรัฐบาลอย่างเต็มที่รัฐบาลก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่ก็ว่ากันไปแบบนี้
เมื่อถามอีกว่ามั่นใจหรือไม่ว่าจะอยู่ครบ 4 ปี นายอนุทิน หัวเราะก่อนตอบว่า ก็ต้องอยู่ให้ได้ถ้าอยู่ได้ก็ต้องอยู่เพื่อทำประโยชน์ให้กับประเทศและประชาชน
เมื่อถามอีกว่าทางการเมืองไม่กังวลอะไรใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า สงสารบ้าง ตนเองเสียงแหบอยู่ ก่อนกล่าวอีกว่า ก็ต้องกังวลว่าเป้าหมายที่ทำอยู่จะฮิทจะโดนหรือไม่ นโยบายที่รัฐบาลทำไปอย่าง 60-40 ไทยช่วยไทยพลัส ได้รับความชื่นชมจากประชาชนตัวเลขทางเศรษฐกิจก็ปรับขึ้นมา ความน่าเชื่อถือของประเทศไทย เรทติ้งต่างๆ ก็ถูกปรับขึ้นมา เงินลงทุนจากต่างประเทศก็เข้ามาจำนวนมาก ส่งออกก็มากขึ้นเกือบ 20% ความกังวลเหล่านี้ก็คือทำไมตัวเลขการส่งออกไม่ดีขึ้นกว่านี้ จีดีพีโต 2% ทำอย่างไรให้โตขึ้นเป็น 3% 4% อันนี้ต่างหากคือข้อกังวลของรัฐบาล เมื่อถามว่าได้ยินเสียงที่ประชาชนขอให้ต่อไทยช่วยไทยพลัสเฟสต่อๆไปหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า

เมื่อถามว่า นายกฯ มั่นใจใช่หรือไม่ว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ รัฐบาลจะผ่านฉลุยอย่างแน่นอน นายอนุทิน กล่าวว่า เราต้องมั่นใจว่าทำสิ่งที่ถูกต้องตามกฏหมาย เป็นประโยชน์กับประเทศและประชาชน
เมื่อถามว่า นายณัฐพงษ์ระบุว่า จะมีเรื่องคดีฮั้ว สว.ด้วย มองว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เกี่ยวครับ รัฐบาลหรือพรรคการเมืองทุกพรรค ไม่น่าจะมีส่วนร่วมใดๆทั้งสิ้น ในการได้มาของ สว. มันเป็นบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านมีการปล่อยข้อมูลในโลกโซเชียล มองเรื่องนี้อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ก็อย่างนี้ไงโลกโซเชียลถึงต้องมีงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ว่า อย่าไปเชื่ออะไรในโซเชียลให้มาก ต้องคอยกลั่นกรอง พินิจ พิเคราะห์ พิจารณา
เมื่อถามว่า จะมีงูเห่าจากพรรคฝ่ายค้านมาโหวตให้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผมไม่ได้คิดตรงนั้น เสียงของรัฐบาลมีความเข้มแข็ง เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
